แหล่งท่องเที่ยวใกล้เคียงหิ่งห้อยชาเลท์

ชลบุรี  เมืองแห่งการท่องเที่ยวระดับโลกที่หลากหลายเกินใจคิด  เดินทางไปเยี่ยมเยือนสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์   วัด  วัง   ดื่มด่ำกับความงามของธรรมชาติ  ผืนไพร  และสัตว์ป่า   ใครชื่นชอบกิจกรรมสนุกๆที่นี่ก็มีพร้อม  หรือจะปล่อยใจไปกับโชว์สุดอลังการระดับโลก  และเดินช็อปปิ้งสุดสนุก   มีเพียงชลบุรีเท่านั้นที่จะพาคุณไปพบประสบการณ์ทั้งหมดนั้นได้...  

1.  วัดใหญ่อินทาราม
 
วัดใหญ่อินทาราม  เดิมชื่อ “วัดหลวง” เป็นวัดสำคัญเก่าแก่คู่เมืองชลบุรี  สันนิษฐานว่าสร้างมาตั้งแต่สมัยอยุธยาตอนปลาย  ในโบสถ์มีภาพจิตรกรรมฝาผนังฝีมือช่างชั้นครูที่งดงามมาก  สมเด็จฯ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัตติวงศ์  ทรงตรัสชมว่า  “ฝีมืองามมาก  อย่าให้ซ่อมแซมเป็นอันขาด”  โดยเฉพะภาพจิตรกรรมฝาผนังเหนือขอบหน้าต่างเป็นภาพเทพชุมนุม  ส่วนที่ผนังสองด้านเขียนเรื่องทศชาติชาดก  พระเวสสันดรชาดก  และยังมีพลับพลาตรีมุข  สร้างด้วยไม้ประดิษฐานพระพุทธรูปหล่อสำริดทรงเครื่องกษัตริย์  เรียกกันว่า “หลวงพ่อเฉย”  
ถ้าเป็นไปได้  ควรไปเที่ยวชมวัดนี้ในวันพระ  เพราะถ้าเป็นวันธรรมดา  ต้องติดต่อขอกุญแจโบสถ์จากเจ้าอาวาส  นอกจากนี้ยังมีพระนักวิชาการพานำชมและอธิบายให้ความรู้ด้วย 

ที่ตั้ง :
 อยู่กลางเมืองชลบุรี  จากถนนสุขุมวิท  เลี้ยวเข้าตัวเมืองชลฯ  ที่สี่แยกเฉลิมไทย  เข้าสู่ถนนโพธิ์ทอง  แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าถนนเจตน์จำนงค์  วัดอยู่ทางด้านซ้ายมือ  ก่อนถึงสี่แยกตัดกับถนนอัครนิวาส (สี่แยกท่าเกวียน)  หน้าวัดมีลานจอดรถกว้างขวาง
การเดินทาง : ถ้าไม่มีรถยนต์ส่วนตัว  สามารถขึ้นรถสองแถวสายรอบเมืองชลบุรีได้
เวลาทำการ : เที่ยวชมได้ตั้งแต่เวลาประมาณ  08.00-17.00 น.
ค่าเข้าชม : ไม่เสียค่าเข้าชม
ติดต่อ : โทร. 0-3827-5844

 

 
2.  หาดบางแสน

 
หาดบางแสน  เป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของชาวไทยมาช้านาน  มีถนนตัดเลียบหาดเคียงคู่ไปกับทิวมะพร้าว   ถัดเข้าไปมีร้านอาหาร  ร้านขายของที่ระลึก  และที่พักเรียงรายอยู่จำนวนมาก  นักท่องเที่ยวนิยมไปนั่งพักผ่อนชมทิวทัศน์ทะเลกันบนเก้าอี้ผ้าใบบนชายหาด  พร้อมมีบริการห่วงยางให้เช่าว่ายน้ำ  มีเรือบานาน่าโบ๊ต  จักรยานให้เช่า  และห้องอาบน้ำจืด  ทุกวันหยุดหาดบางแสนจะคึกคักไปด้วยนักท่องเที่ยว  เนื่องจากเป็นชายหาดขนาดใหญ่ที่ใกล้กรุงเทพฯมากที่สุด  จึงสามารถเดินทางแบบไปเช้า-เย็นกลับได้
 
บางแสนเริ่มเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2486  จนถูกขนานนามว่า “บางแสนดินแดนสุขี”  มีผู้เดินทางมาเยือนเป็นจำนวนมาก  จนครั้งหนึ่งบางแสนเคยทรุดโทรม  ผิดกับปัจจุบันที่ได้รับการดูแลจัดระเบียบอย่างดี  จึงกลายเป็นชายหาดที่สะอาด  น่าเที่ยวในทุกฤดูกาล  โดยหาดบางแสนนี้มีความยาวต่อเนื่องกันถึง 4.5 กิโลเมตร  แบ่งออกเป็น 3 ส่วน  คือ  หาดบางแสน  เป็นช่วงกลางของหาดและเป็นจุดที่นิยมลงเล่นน้ำกัน  ถัดมาคือ  แหลมแท่น  เป็นช่วงเหนือสุดของหาด  มีโขดหินสวยงาม  ลงเล่นน้ำไม่ได้  และส่วนสุดท้ายคือ  หาดวอนนภา  เป็นชายหาดตอนใต้สุด  บรรยากาศเงียบสงบ  มีหมู่บ้านประมงพื้นถิ่นเล็กๆ กระจายอยู่ห่างๆ กัน

ที่ตั้ง : อยู่ห่างจากตัวเมืองชลบุรี 14 กิโลเมตร  ที่ตำบลแสนสุข  แยกขวาจากถนนสุขุมวิท   ตรงหลัก กม. 104 เข้าไปอีกประมาณ 3 กิโลเมตร
การเดินทาง : ถ้าไม่มีรถยนต์ส่วนตัว  สามารถขึ้นรถสองแถวได้ที่ตลาดหนองมนเข้าสู่หาดบางแสน  มีรถวิ่งตลอดวัน
เวลาทำการ :  เที่ยวชมได้ตลอดเวลา
ค่าเข้าชม : ไม่เสียค่าเข้าชม

 

3.  เขาสามมุข
 
เขาสามมุข  เป็นจุดท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงควบคู่กับหาดบางแสน  เป็นทั้งที่ตั้งของศาลเจ้าแม่สามมุขอันศักดิ์สิทธิ์  และเป็นจุดชมวิบนยอดเขาสูงที่มีฝูงลิงอาศัยอยู่จำนวนมาก  นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ที่ไปเล่นน้ำที่หาดบางแสน  ก่อนกลับบ้าน  มักจะแวะเที่ยวที่นี่เช่นกัน  อีกทั้งยังเป็นบริเวณที่มีร้านอาหารทะเลอร่อยๆอยู่หลายร้าน
 
ศาลเจ้าแม่สามมุข  เป็นศาลเจ้าจีนที่ตั้งอยู่ภายใต้หลืบผาหิน  บริเวณเชิงเขาสามมุขด้านทิศเหนือหันหน้าออกสู่ทะเล  โดยย้ายมาจากบริเวณด้านตะวันตกของเขาสามมุข  ศาลแห่งนี้มักมีผู้คนแวะมากราบไหว้ขอพร  และบนบานกันอยู่เสมอ  โดยผู้ที่ได้รับผลสำเร็จตามคำขอจะแก้บนโดยการจุดประทัด  และซื้อสร้อยมุขมาถวายแด่รูปปั้นเจ้าแม่  นับเป็นกิจกรรมที่นักท่องเที่ยวชาวจีน  ฮ่องกง  และไต้หวัน  นิยมปฏิบัติกันมาก  ชั้นบนของศาลเจ้าแม่ฯ เป็นวิหารพระพุทธรูปและพระโพธิสัตว์ให้สักการะ  บริเวณหน้าวิหารมีระเบียงชมวิวทะเลด้วย
 
จุดเด่นอีกอย่าง คือ  ฝูงลิงป่า  ที่อาศัยอยู่บนเขาหินลูกนี้มาแต่เดิม  พวกมันมักจะออกมาอวดโฉมเพื่อขออาหารกันอยู่ตลอดวัน  ลิงป่าที่นี่มีจำนวนนับพันตัว  และบางตัวค่อนข้างดุ  จึงต้องระวังด้านความปลอดภัยด้วย

ที่ตั้ง : อยู่บริเวณแหลมสามมุข  จากอ่างศิลาไปตามทางหลวงหมายเลข 3134 อีกราว 3 กิโลเมตร  พบป้ายบอกทางไปเขาสามมุข  เลี้ยวขวาไปตามป้ายอีก 1 กิโลเมตร  จนถึงศาลเจ้าแม่สามมุข  หรือถ้ามาจากหาดบางแสน  ใช้ถนนเส้นเลียบหาดมุ่งตรงสู่แหลมแท่น  จะมีป้ายบอกทางไปตลอด  ห่างจากหาดบางแสนราวๆ 2 กิโลเมตร
การเดินทาง : เขาสามมุขไม่มีรถสองแถวผ่าน  จึงเหมาะสำหรับผู้ที่มีรถยนต์ส่วนตัวเป็นหลัก  หรือไม่ต้องเช่ารถสองแถวจากตลาดหนองมนให้ไปส่ง  แล้วรอรับกลับก็ได้
เวลาทำการ : เขาสามมุขเป็นพื้นที่สาธารณะ  จึงผ่านไปชมได้ตลอดเวลา  แต่กลางคืนค่อนข้างเปลี่ยว  นักท่องเที่ยวนิยมไปเยือนและกราบไหว้ศาลเจ้าแม่สามมุขในเวลากลางวัน  จนถึงเวลาประมาณ 18.00 น.
ค่าเข้าชม : ไม่เสียค่าเข้าชม

 

4.  สวนสัตว์เปิดเขาเขียว
 
สวนสัตว์เปิดเขาเขียว  เป็นป่าแห่งเดียวของชลบุรี  ดำเนินงานโดยองค์การสวนสัตว์    
นักท่องเที่ยวจะได้ชมสัตว์มากถึง 300 ชนิด  ทั้งสัตว์ของไทยและจากต่างประเทศ  ไม่ว่าจะเป็นช้าง  กระทิง  วัวแดง  ฮิปโปโปเตมัส  ชะนี  ค่าง  ลิงลม (นางอาย)  ม้าลาย  ยีราฟ  นกกระจอกเทศ  ไฮยีน่า  เสือ  สิงโต  กวางดาว  ละมั่ง  แพะภูเขา  เลียงผา  หมี  นกยูง  นกกระเรียน  นกเงือก  ฯลฯ  ซึ่งสัตว์ส่วนใหญ่จะอยู่ในพื้นที่กว้างขวาง มีการจัดสภาพแวดล้อมให้เป็นธรรมชาติเหมาะแก่อุปนิสัยของสัตว์นั้นๆ  และสามารถให้นักท่องเที่ยวเดินชมได้อย่างใกล้ชิด  แต่ก็ยังมีบางส่วนอยู่ในกรงเพื่อกันการหลบหนี  และเพื่อความปลอดภัยของตัวนักท่องเที่ยวเอง
 
สวนสัตว์เปิดเขาเขียวจัดตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2517  โดยฟื้นฟูสภาพป่าเขาเขียวที่เสื่อมโทรมขึ้นมาใหม่  จากนั้นได้นำสัตว์บางส่วนจากสวนสัตว์ดุสิตมาปล่อยเลี้ยงไว้ตามสภาพธรรมชาติ  แล้วเริ่มเปิดให้คนเข้าชมเมื่อปี พ.ศ. 2521  ปัจจุบันมีเนื้อที่กว่า 5,000 ไร่  นับเป็นสวนสัตว์เปิดที่มีเนื้อที่มากที่สุดในโลก  แบ่งออกเป็นส่วนวิจัยและศึกษาพันธุ์สัตว์ป่าหายาก   สวนสัตว์เปิด  และส่วนบริการ 
 
จุดเด่นอีกอย่างหนึ่งของที่นี่ คือ  “สวนนก”  ซึ่งสร้างขึ้นด้วยโครงเหล็กขนาดใหญ่คลุมด้วยตาข่าย  กินพื้นที่ถึง 5 ไร่   ภายในมีเส้นทางเดินขึ้นไปเนินเขา  แล้ววนกลับลงมา  ที่นี่มีนกหลายชนิดส่งเสียงร้องและบินไปมาอยู่ทั่วสวน  อาทิ  นกฟลามิงโก้  นกเขียวคราม  นกกางเขนดง  นกแต้วแล้ว  นกขมิ้น  ไก่ฟ้า  เป็ดก่า  และอื่นๆ  นอกจากนี้ทุกวันยังมีการจัดกิจกรรมชมสัตว์ในเวลากลางคืน  (Night Safari)  แก่บุคคลทั่วไปอีกด้วย

ที่ตั้ง : บริเวณเชิงเขาเขียว  ห่างจากตัวเมืองศรีราชาเข้าไป 25 กิโลเมตร
การเดินทาง : 
-รถยนต์ส่วนตัว  จากถนนสุขุมวิทบริเวณตลาดบางพระ  เดินทางไปตามป้ายบอกทางสวนสัตว์เปิดเขาเขียว  ที่มีอยู่อย่างชัดเจนเป็นระยะๆ  ถนนจะลัดเลาะไปตามขอบอ่างเก็บน้ำบางพระ  ผ่านสนามกอล์ฟบางพระ  ขึ้นสะพานข้ามทางหลวงหมายเลข 7 (กรุงเทพฯ-พัทยา)  จากนั้นตรงต่อไปอีก 7 กิโลเมตร  จนถึงปากทางเข้าสวนสัตว์ฯ  สามารถขับรถวนภายในสวนสัตว์  และจอดแวะชมตามจุดต่างๆได้โดยสะดวก  
-รถสองแถว  คิวอยู่ในถนนไปอ่างเก็บน้ำบางพระ  ตรงข้ามศาลเจ้า  จะรอให้คนเต็มหรือจะเหมาไปก็ได้
เวลาทำการ : 08.00-18.00 น.  ส่วนบริการ Night Safari มี 2 รอบ  คือเวลา 19.00 น. และ 20.00 น.
ค่าเข้าชม : ชาวไทย  ผู้ใหญ่ 100 บาท  เด็ก 50 บาท  ชาวต่างชาติ  300 บาท
ติดต่อ : โทร. 0-3829-8270, 0-3829-8195  โทรสาร. 0-3829-8272   
เว็บไซต์  www.kkpenzoo.comwww.zoothailand.com

 

5.  พัทยา
 
พัทยา  เป็นเมืองท่องเที่ยวชายทะเลที่มีชื่อเสียงมากที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศ  และเป็นที่รู้จักกันไปทั่วโลก  โดยมีสถานที่ท่องเที่ยวทั้งทางบกและทางน้ำ  จุดเริ่มต้นของการท่องเที่ยวเริ่มจากทหารอเมริกันได้แวะขึ้นฝั่ง  แล้วเช่าบ้านพักตากอากาศที่พัทยาเป็นประจำทุกสัปดาห์  ต่อมาพัทยาจึงได้พัฒนาขึ้นจากหมู่บ้านชายทะเลอันเงียบสงบ  กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวตากอากาศระดับนานาชาติดังที่ปรากฏในปัจจุบัน
 
หาดพัทยา  เป็นหาดทรายที่มีความยาวต่อเนื่องประมาณ 3 กิโลเมตรเศษ  โดยแบ่งเป็นพัทยาเหนือ  พัทยากลาง  และพัทยาใต้  โดยที่หาดพัทยาใต้นั้นถือเป็นศูนย์รวมความเจริญและแสงสี  ยามค่ำคืนมีการปิดถนนเป็น Walking Street ให้นักท่องเที่ยวเดินช็อปปิ้งได้โดยสะดวก  ส่วนบริเวณชายหาดก็ร่มรื่น  แถวๆหาดพัทยาเหนือเป็นบริเวณที่สงบกว่าส่วนอื่น  นักท่องเที่ยวที่ต้องการความเป็นส่วนตัวนิยมไปเล่นน้ำพักผ่อน  หรือเล่นกีฬาทางน้ำต่างๆ  ส่วนชายหาดพัทยากลางไปถึงพัทยาใต้จะคึกคักคับคั่งกว่า  เพราะเป็นย่านธุกิจ  ร้านค้า  โรงแรม  ห้างสรรพสินค้า  ร้านขายของที่ระลึก  และแหล่งบันเทิงครบวงจร

ที่ตั้ง : อยู่ห่างจากอำเภอเมืองชลบุรีประมาณ 50 กิโลเมตร  และห่างจากกรุงเทพฯ 140 กิโลเมตร  ช่วงระหว่างอำเภอบางละมุงและอำเภอสัตหีบ

6.สวนเสือศรีราชา

 

 



               สวนเสือศรีราชาได้เปิดให้บริการมาตั้งแต่วันที่ 23 เมษายน ปี 2540 บนเนื้อที่ 
       250 ไร่  เลขที่ 341 หมู่ 3 ต. หนองขาม อ. ศรีราชา จ. ชลบุรี สวนเสือศรีราชาแห่ง
       นี้ได้กำเนิดขึ้นมาจากแรงบันดาลใจ ที่ทางคณะผู้บริหารมีใจรักในอาชีพปศุสัตว์มาก่อน กอปรกับ
       ได้มีโอกาสเดินทางศึกษาดูงานและเก็บข้อมูลจากสถานที่ต่าง ๆ หลายประเทศทั่วโลก
       นำจุดเด่นของแต่ละสถานที่มาพัฒนาปรับใช้กับสวนเสือศรีราชา 

               สวนเสือศรีราชาเริ่มเพาะเลี้ยงเสือโคร่งในปี 2532 โดย เสือที่เพาะเลี้ยงเป็น
       เสือโคร่งพันธุ์ เบงกอล ซึ่งได้มาจากสวนสัตว์เชียงใหม่ 2 คู่ และสวนสามพรานอีก 2 คู่
       จุดประสงค์ที่ทางสวนเสือศรีราชาเพาะเลี้ยงเสือโคร่ง เนื่องจากเสือโคร่งพบมากที่สุดคือ
       ในทวีปเอเชีย ถือได้ว่าเป็นเอกลักษณ์อีกอย่างหนึ่งของทวีปเอเชีย ซึ่งในปัจจุบันนี้เสือ
       โคร่งในธรรมชาติมีจำนวนลดน้อยลงเนื่องจากภัยที่เกิดจากธรรมชาติ และจากมนุษย์ 
       และที่เลือกเสือพันธุ์เบงกอล เพราะเสือพันธุ์นี้สามารถอาศัยในภูมิอากาศของประเทศไทย
       ได้มีขนาดลำตัวที่ใหญ่ มีสีเข้มสวยงาม ในปี2552 นี้เราตั้งเป้าว่าเราจะมีเสือโคร่งกว่า 
       400 ตัวนับได้ว่าเป็นความสำเร็จในการเพาะเลี้ยงและอนุรักษ์เสือโคร่ง